สินค้าสองกลุ่มที่ดูเหมือนใช้ผงปรุงรสเหมือนกันแต่จริงๆ ต่างกันมาก คือเบเกอรี่กับของทอด
ทั้งสองผ่านความร้อนสูงเหมือนกัน แต่ลักษณะของความร้อน ระยะเวลา และสิ่งที่ผงต้องทำหน้าที่นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
บทความนี้เปรียบเทียบให้เห็นชัด เพื่อให้ผู้ประกอบการเลือกได้ถูกตั้งแต่ต้นและไม่เสียเวลาลองผิดลองถูก
ความร้อนที่ต่างกัน
เบเกอรี่ ความร้อนแห้งเป็นเวลานาน
การอบใช้ความร้อนแห้งต่อเนื่องหลายสิบนาที ผงที่ใช้จึงต้องทนความร้อนได้นานโดยไม่เปลี่ยนรสชาติหรือสูญเสียกลิ่นไปหมด
ผงยังอยู่ในเนื้อขนมตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้มีผลต่อโครงสร้างและเนื้อสัมผัสของขนมด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ
ของทอด ความร้อนสูงในเวลาสั้น
การทอดใช้อุณหภูมิสูงกว่าแต่ใช้เวลาสั้นกว่ามาก และผงส่วนใหญ่อยู่ที่ผิวด้านนอกไม่ได้เข้าไปในเนื้อ
สิ่งที่ผงต้องทำคือเกาะติดผิวให้ดี ให้สีที่น่ากินหลังทอด และให้ความกรอบที่อยู่ได้นานพอสมควร
หน้าที่ของผงที่ต่างกัน
เบเกอรี่ ผงอยู่ในเนื้อ
ผงถูกผสมเข้าไปในแป้งตั้งแต่ต้น จึงกระจายอยู่ทั่วทั้งชิ้น รสชาติที่ได้จึงสม่ำเสมอในทุกคำ
แต่ก็หมายความว่าผงมีผลต่อความชื้น การขึ้นฟู และสีของขนมไปด้วย ซึ่งต้องคำนวณร่วมกับสูตรทั้งหมด
ของทอด ผงอยู่ที่ผิว
ผงคลุกทำงานที่ผิวด้านนอก ให้ทั้งรสชาติและความกรอบ ส่วนผงโรยหน้าใช้หลังทอดเสร็จเพื่อเพิ่มรสชาติที่สัมผัสลิ้นโดยตรง
ความเข้มข้นของผงกลุ่มนี้จึงสูงกว่า เพราะใช้ในปริมาณน้อยและไม่ได้กระจายทั่วทั้งชิ้น
ความชื้น เรื่องที่ทั้งสองกลุ่มต้องระวังคนละแบบ
ในเบเกอรี่ ความชื้นจากส่วนผสมมีผลต่อเนื้อสัมผัสของขนมที่อบออกมา การเพิ่มความชื้นแม้เล็กน้อยอาจทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป
ในของทอด ความชื้นที่ผิวเป็นตัวการทำให้สินค้านิ่มเร็วหลังทอด โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องส่งเดลิเวอรี
ผงสำหรับสองงานนี้จึงออกแบบมาคนละแนวทาง แม้จะพูดถึงเรื่องความชื้นเหมือนกัน
ปัญหาที่พบบ่อยในแต่ละกลุ่ม
เบเกอรี่: กลิ่นหายหลังอบ
เกิดจากการเลือกกลิ่นที่ไม่ทนความร้อน หรือคำนวณปริมาณโดยไม่เผื่อส่วนที่จะระเหย แนวทางแก้คือเลือกชนิดที่เหมาะและทดลองอบจริง
เบเกอรี่: เนื้อสัมผัสเปลี่ยนหลังเปลี่ยนสูตร
มักเกิดจากส่วนผสมใหม่ที่ไปกระทบความชื้นหรือการขึ้นฟู ควรทดลองทีละอย่างเพื่อให้รู้ว่าตัวไหนเป็นสาเหตุ
ของทอด: นิ่มเร็วหลังส่งถึงลูกค้า
เป็นปัญหาใหญ่ของร้านที่ขายเดลิเวอรี แนวทางแก้อยู่ที่การออกแบบผงคลุกให้รักษาความกรอบได้นานขึ้น ร่วมกับการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ระบายไอน้ำได้
ของทอด: ผงหลุดร่วงระหว่างขนส่ง
เกิดจากการเกาะติดผิวที่ไม่ดีพอ ซึ่งแก้ได้ด้วยการปรับสูตรและขนาดอนุภาคของผงให้เหมาะกับลักษณะผิวของสินค้า
เลือกอย่างไรให้ตรงงาน
เริ่มจากระบุให้ชัดว่าสินค้าจะผ่านกระบวนการอะไร อบหรือทอด ที่อุณหภูมิเท่าไหร่ และนานแค่ไหน
จากนั้นบอกว่าผงจะถูกใส่ในขั้นตอนไหน ผสมในเนื้อ คลุกก่อนทอด หรือโรยหลังทอด เพราะแต่ละจุดต้องการคุณสมบัติคนละอย่าง
สุดท้ายคือเล่าว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าอย่างไร ขายหน้าร้านทันที หรือต้องผ่านการขนส่ง เพราะมีผลต่อการออกแบบเรื่องความกรอบและความคงตัว
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ผงตัวเดียวกับทั้งสองงานได้ไหม
ในทางเทคนิคทำได้ แต่ผลลัพธ์จะเป็นการประนีประนอม ธุรกิจที่ต้องการคุณภาพสม่ำเสมอจึงมักแยกสูตรตามการใช้งาน
มีผงที่ใช้ได้ทั้งคลุกและโรยหน้าไหม
มีในบางสูตรที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่น แต่ควรแจ้งผู้ผลิตตั้งแต่ต้นว่าจะใช้ทั้งสองแบบ เพื่อให้ออกแบบขนาดอนุภาคและความเข้มข้นให้เหมาะ
ทดลองก่อนสั่งผลิตจริงได้ไหม
ได้ และแนะนำให้ทำเสมอ โดยเฉพาะการทดลองในสภาพการผลิตจริงของร้านหรือโรงงาน ไม่ใช่แค่ในห้องทดลอง
สรุป
เบเกอรี่ต้องการผงที่ทนความร้อนนานและไม่รบกวนโครงสร้างของแป้ง ส่วนของทอดต้องการผงที่เกาะติดผิวดีและรักษาความกรอบได้
การบอกกระบวนการผลิตจริงให้ผู้ผลิตทราบครบ คือสิ่งที่ทำให้ได้สูตรที่ใช้งานได้จริงตั้งแต่ล็อตแรก
อ้างอิง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
https://exfood.fda.moph.go.th/law/data/complilation/Compi_281.pdf - การใช้วัตถุเจือปนอาหาร — กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
https://food.fda.moph.go.th/local-economy/detail-foodadd - ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 223) พ.ศ. 2544 เรื่อง วัตถุแต่งกลิ่นรส — กองอาหาร อย.
https://food.fda.moph.go.th/food-law/announ-moph-223



